ตอบชัดสุดข้อสงสัย!! กรรณ ชลัช เคลียร์ทุกประเด็น “ให้ยืมหรือขอยืม ก็คือยืม”

ข่าวด่วนทันเหตุการณ์  ที่เรานำมาเสนอในวันนี้เป็นข่างดังสะเทือนวงการบันเทิง เมื่อกรรณ ชลัช โพสต์เดือนฉะสาวไอซ์ ปรีชญา ยืมเสื้อไม่คืน ล่าสุดหนุ่มกรรณ ออกโรงโต้นักข่าว แบบจัดหนัก จัดเต็ม

ไอซ์

ข่าวด่วนทันเหตุการณ์  ที่เรานำมาเสนอในวันนี้เป็นข่างดังสะเทือนวงการบันเทิง เมื่อ กรรณ ชลัช โพสต์เดือนฉะสาวไอซ์ ปรีชญา ยืมเสื้อไม่คืน ล่าสุดหนุ่มกรรณ ออกโรงโต้นักข่าว แบบจัดหนัก จัดเต็ม

กรรณ ชลัช เคลียร์ทุกประเด็นที่สังคมอยากรู้

กรรณ ชลัช

เรียกได้ว่าดราม่าร้อนระอุ ระหว่างนายแบบไฮโซ “ กรรณ ชลัส ” ที่โพสต์ไอจีทวงคืนเสื้อแบรนด์เนมสุดหรูจากนากเอกสาวชื่อดัง ไอซ์ ปรีชญา ยังไม่จบ เพราะว่าหลังจากที่ สาวไอซ์ ได้ให้สัมภาษณ์ไปเมื่อวันที่ (28 พ.ย.) ว่า ตนเองไม่มั่นใจในตัวเลขาว่า คื และตนเองก็ติดต่อจะคืนเสื้อนานแล้ว แต่ตนเองไม่สามารถติดต่อไฮโซกัญได้ และที่สำคัญตนเองไม่ได้เป็นคนขอยืม ไฮโซกัญเป็นคนที่ให้เสื้อตัวนี้มาเอง พร้อมกับส่งเสื้อตัวอื่นมาให้ช่วยโปรโมทอีกด้วย

กรรณ ชลัช เคลียร์ดราม่า

และเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (30 พ.ย. 61) นายแบบไฮโซ และนักธุรกิจ กรรณ ชลัช ปุณยาฤทธิ์ ออกมาเปิดใจ และเคลียร์ทุกประเด็นกับทีมข่าวบันเทิงอมรินทร์ทีวี โดยวันนี้ หนุ่มกรรณ ตอกกลับ สาวไอซ์ เช่นกันว่า “ขอยืม หรือให้ยืม” ก็มีคำว่ายืม ยืมของคนอื่นยังไงก็ต้องคืน

ตนเองส่งเสื้อให้ ไอซ์ โปรโมทจริงแต่ทว่าเป็นเสื้อคนละตัว เสื้อ 3 ตัวที่ ไอซ์ ยืมผมไป ไอซ์ ยืมใส่ไปคอนเสิร์ต หลังจากนั้นตนก็โดนบล็อคไอจี ตนถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติกัน ตนจึงให้เลขาเป็นผู้จัดการขอเสื้อคืนแทน พร้อมกับยืนยันว่าเป็นเพื่อนไม่มีประเด็นชู้สาว และยังไม่คิดเกาะกระแสดัง เพราะตนไม่ใช่ดารา ตนอยากขอแค่เสื้อตัวเดียวคืน ซึ่งราคาถูกกว่าอีก 2 ตัว เพราะว่าตัวนี้มีคุณค่าทางจิตใจ ตอนแรกจะปล่อยแต่เพื่อนมาเตือนสติว่าของๆ เรา เรามีสิทธิ์ที่จะทวงคืน และหนุ่มกรรณ-ชลัช  ยังบอกอีกว่า

 กรรณ-ชลัช ปุณยาฤทธิ์

รู้จักกับไอซ์ได้ยังไง?

“เป็นเพื่อนกันมานานแล้วครับ”

 

ประเด็นเรื่องเสื้อ เป็นมายังไง?

“เสื้อที่ให้โปรโมทไม่ใช่เสื้อตัวนี้ เพราะว่าที่ผมนำเข้ามาเป็นเสื้อยืดแบบที่ดาราท่านอื่นเขาให้วานให้โปรโมท ซึ่งตัวนี้เป็นเสื้อของผมที่ผมชอบและเก็บสะสมไว้ เพราะเป็นของหายาก แล้วผมให้เขายืม”

 

ให้เขายืมเอง?

“เขาเข้ามาแล้วเขาก็เลือกในห้องแต่งตัว แล้วเขาก็เอาไป อันนี้คือเสื้อให้ยืม ผมก็ไม่รู้ว่าเสื้อที่ผมไม่ขาย ผมจะให้เขาเอาไปโปรโมททำไม เพราะไม่ได้ขาย แล้วถ้าเขาโปรโมทจริง ต้องมีการแท็กมีการนำรูปมาใช้ ผมก็ต้องมี ซึ่งไม่มีเลย”

 

เขามาเลือกยังไง เพราะไอซ์ขึ้นภาพแคปสนทนาแค่เรื่องโปรโมท?

“ให้เขาโปรโมทแต่ไม่ใช่เสื้อตัวนั้น เรื่องของเรื่องคือ เพื่อนผมจะไปยุโรป ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ ผมก็ไม่ได้คืน คนบอกว่าแรง แต่ผมทำแบบนี้ แล้วให้เลขาติดต่อไปหลังจากเกิดเรื่อง ก็ยังไม่มีวี่แววว่าเขาจะคืนเสื้อผม ขณะนี้ยังเป็นแบบนี้ แล้วจะให้ทำยังไง”

 

เขาบอกไม่มั่นใจว่าจะใช่เลขาจริงๆ หรือ ทำไมกรรณไม่ทักเขาไปเอง ?

“เขาไม่ให้เกียรติผม ถ้าใครไม่ให้เกียรติผม ผมก็ไม่ให้เกียรติเขาเหมือนกัน คุณบล็อคผม คุณไม่ให้เกียรติผม เหมือนโกธรกัน บล็อคทำไม ทุกคนเล่นโซเชียลก็ต้องรู้ว่าบล็อคทำไม”

 

มีปัญหาอะไร เขาถึงบล็อค ?

“ผมก็ไม่รู้ ไม่ทราบ ต้องถามเขาเอง”

 

อยู่ดีๆ เขาก็บล็อคเรา ?

“ถูกต้องครับ เหมือนยืมไปแล้วก็บล็อค”

 

เลยส่งเลขาไปคุย เพราะถือว่าเขาไม่ให้เกียรติ ?

“ใช่ครับ”

 

เขาบอกไม่มั่นใจว่าใช่เลขาตัวจริงหรือเปล่า ?

“ไม่ใช่ได้ยังไง ถ้าไม่ใช่เลขา จะรู้ได้ไงว่าเสื้อตัวนั้นเป็นของผม ไม่มีใครรู้ คือผมส่งเลขาไปคุย เขาน่าจะเอะใจ เพราะเขาบล็อคผม ผมติดต่อเขาไม่ได้ พอเลขาติดต่อไป เขาก็ปลดบล็อค แล้วส่งข้อความมา ผมก็ไม่ตอบ ผมลบเลย เพราะให้เลขาจัดการ เขาไม่ให้เกียรติผม ผมก็ไม่ให้เกียรติเขา”

 

เขาให้สัมภาษณ์ว่าจะคืนแต่ติดต่อไม่ได้ ?

“วันนี้ผมก็ยังติดต่ออยู่ เขาก็ไม่อ่าน”

 

เสื้อตัวนี้ 6 หมื่น ?

“ไม่เกี่ยวกับราคา สมมติมันคือผ้าขี้ริ้ว แต่ได้มันมายังไง ผมไม่ขอบอกนะ แต่มีคุณค่าทางจิตใจมากกว่าเงิน”

 

ทำไมถึงมีคุณค่ากับกัญมาก ?

“ความหายากของมันและผมได้มายังไง ต่อสู้อะไรมาถึงได้ตัวนี้มา ไม่เกี่ยวกับยี่ห้อ แต่เฉพาะแค่ตัวนี้”

 

เขามาเลือกตัวนี้ด้วยตัวเอง เขาหยิบไป ?

“เขาบอกว่าทำสไตล์ลิ่งให้หน่อย จะใส่ไปคอนเสิร์ต ผมก็บอกได้ เอาตัวไหนก็เลือก มี 3 ตัว ตัวนี้ (ชาแนล) , บาเลนเซียก้า , เวตมองต์ส ผมก็ได้เอาไปเลย แฟร์อยู่แล้ว รักเพื่อน เขาก็เอาไป ให้ยืม และก็ไม่คืน ซึ่งเพื่อนผมอยากใส่ไปยุโรป เพื่อนผมเป็นดีไซเนอร์ เขาก็รู้ว่ามันหาไม่ได้ เขาก็อยากใส่ไป อ้าวเสื้ออยู่ไหน ก็บอกมีคนเอาไปไม่คืน เขาก็ถามทำไมไม่ตาม ก็กดดัน ผมจะปล่อยไปแล้ว แต่เพื่อนบอกของๆ คุณ คุณมีสิทธิ์ตาม เงินทองหายากจากน้ำพักน้ำแรงจากตัวเราจากครอบครัว ทำไมไม่มีสิทธ์ตามของๆ เรา ผิดตรงไหน”

 

เพื่อนคนไทยหรือต่างชาติ ?

“คนไทย เพราะว่าเสื้อของผม ตัวที่ชอบผมก็เก็บ ให้เพื่อนยืมใส่ก็ปกติ ของที่ซื้อมาไม่ใช่เงินจะซื้อได้ ต้องศึกษา ต้องรู้ของ ถึงเอามา ของพวกหายากต้องสู้กันเยอะ”

 

ดังนั้นมี 2 กรณี ที่ทักไปในไอจีที่เขาออกมาแฉคือให้โปรโมท กับอีกกรณีคือที่เขามายืมเสื้อไป?

“นานแล้วที่ทักให้โปรโมทเสื้อ ตอนนี้ปิดไม่ขายแล้ว ตามที่เห็นเป็นสีดำสีขาวสีส้มมีหมวกด้วย”

 

ให้โปรโมทคือประมาณเมษายน แล้วที่ให้ยืมคือเดือนไหน?

“หลังจากนั้นแปบนึง นานแล้วเหมือนกัน 2 กรณีไม่เกี่ยวกัน เสื้อตัวนี้คือเสื้อส่วนตัวของผม ไม่เกี่ยวกับโปรโมท”

 

ที่ไอซ์ให้สัมภาษณ์คือกรรณให้เสื้อเลย ?

“ให้ยืม! ไปคอนเสิร์ต ผู้หญิงจะใส่เสื้อผู้ชาย มันใหญ่เกิน ผมบอกให้ยืม ผมชัดเจนอยู่แล้ว ให้ยืมคือให้ยืม”

 

ที่เขาบอกว่าให้เลย แปลว่าไม่จริง ?

“ผมไม่ได้ให้เลย ผมบอกแล้วที่ผมโพสต์ไป 2 ตัวแพงกว่าตัวนี้อีก อยากได้เอาไป แต่ขอแค่ตัวนี้ ผมจะพูดผิดได้ไง ให้ยืม ให้ยืม”

 

ฝั่งเราก็ยืนยันว่าไม่คุยเอง จะให้คุยผ่านเลขา ?

“ก็เพิ่งติดต่อไปเมื่อกี้ ก็ยังไม่อ่าน ไม่ตอบกลับ”

 

บอกเขาตรงนี้ผ่านอมรินมร์ทีวีว่าเลขาตัวจริงแน่นอน ?

“เลขาชื่อพอลลี่ เขาติดต่อไปก็กรุณาอ่านไลน์ด้วย อยากจบเท่านี้ เพื่อนจะเอาไปใส่ที่ยุโรปเท่านี้เอง เป็นสิทธิ์ของผม ของๆ ผม ขอยืนยันว่าให้ยืม”

 

หลังจากที่เขาบล็อคก็ไม่ได้ติดต่อเขาเลย ?

“ไม่เลยครับ”

 

ความเป็นเพื่อนไม่มีแล้ว ?

“บล็อคก็คือตัดไหม”

 

ไม่รู้สาเหตุ ?

“ไม่รู้ครับไม่รู้”

 

ปมดราม่าเกาะกระแสเขา ?

“เอาแบบนี้ดีกว่า ผมไม่ใช่ดารา ไม่ใช่นักร้อง ไม่ใช่นักแสดง ที่บ้านทำธุรกิจ ถ้าจะเกาะกระแสจะเกาะกระแสทำไม ผมจะทำเสื้อผ้าขายต่างชาติ จีน เกาหลี ผมเริ่มจากศูนย์ ในอนาคตจะเปิดช้อปที่เกาหลี จะเกาะกระแสคนไทยทำไม ไม่ได้จะขายคนไทย คนโปรโมทก็ต้องเป็นคนเกาหลี ศิลปินเกาหลี ดาราเกาหลี กระแสผมเริ่มที่ไทยคือศูนย์ ผมไม่ได้ต้องการเกาะกระแส ประเด็นคือเพื่อนจะไปยุโรปตอนนี้ เรื่องอะไรของเขาที่มีอีกเรื่อง ผมไม่ได้ติดตาม มันมาเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ผมก็ทวง แล้วของไม่ได้ ผมรักเพื่อน”

 

หลักฐานที่ที่เขาเอาออกมาปล่อยคือคนละกรณีกัน ยืนยัน ไม่กลัวอะไร ?

“แฉเลย เวลาคนพูดจริงมันจริง ผมบอกแล้ว ผมเคยแสดงละคร ผมแสดงไม่ได้ ผมห่วยแตก ผมทำอะไรที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่เป็นตัวของตัวเองไม่ได้ ผมทำศิลปะ ทำงานแฟชั่น มันกรั่นจิตวิญญาณออกมา พูดแบบกั๊กๆ พูดไม่ได้ พูดบิดเบือนไม่ได้”

 

ไม่เกาะกระแสแน่นอน ?

“กระแสแค่นี้มันคืออะไร สิ่งแย่ๆ เหรอ ผมไม่อยากได้ ทวงแล้วไม่คืน ถ้าจะแจ้งความ เขาเสียชื่อหนักมาก เขาโดนบันทึกในประวัติ แต่ผมทำแบบนี้ คุณยังไม่โดนแจ้งความว่าเอาของคนอื่นไป”

 

อีกประเด็นที่สังคมสงสัยว่า กรรณเคยกิ๊กกับไอซ์หรือเปล่า พอมีปัญหากันก็เลยมาทวงของ ?

“ไม่ครับ ไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้น ของก็ส่วนของ ขอย้ำอีกที ตัวอื่นอยากได้เอาไป แต่ตัวนี้ ผมขอ จะเอาอีก 4-5 ตัว เอาไป แต่ตัวนี้ไม่ได้จริงๆ”

 

แล้วเคยจีบเขาไหม?

“เป็นเพื่อนกันเฉยๆ”

 

เคลียร์ดราม่าทั้งหมด ไม่จีบ แค่ให้ยืมเสื้อ ไม่ได้ส่งให้โปรโมท เขามาหยิบเอง ?

“ประเด็นคือเสื้อยืมไปต้องคืนมา ทวงแล้ว แค่นี้ ไม่มีอะไร คนไปต่อประเด็นไม่เกี่ยวกันเลยเยอะแยะมากมาย ยืมของคืน จบ”

 

ต้องมีกำหนดให้เขาไหม ?

“ถ้าเขาไม่คืน เพื่อนผมก็ไม่ได้เอาไป”

 

เพื่อนบินวันไหนครับ ?

“วันที่ 7 มั้ง จำไม่ได้”

 

ถ้าเพื่อนไม่ยืม คงไม่ทวง ?

“จริงๆ ผมรักตัวนี้อยู่แล้ว เพื่อนก็มาบีบว่าของๆ กรรณ กรรณกลัวทำไม ทวงดิ ของๆ กรรณ”

 

ถ้าคืนไม่ทัน ?

“ไม่รู้แล้ว ทำดีที่สุดแล้ว จริงๆ ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตรงนี้ ไม่ได้เป็นดารา ไม่ได้อยากเป็น จะย้ายไปอยู่เกาหลีแล้ว”

 

อย่างน้อยอยากให้คืนก่อนเพื่อนจะบิน ?

“ก็ดีครับ”

 

ไม่อยากแจ้งความ ถ้าไม่ได้คืนจริงๆ จะแจ้งไหม ?

“ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น มันอยู่ที่สำนึกของคน ว่าเขาคิดยังไง”

 

เมื่อวาน ไอซ์สัมภาษณ์ว่า ขอยืม ให้ยืม มันต่างกัน เขาบอกเขาไม่ได้ขอ กรรณให้เขาเอง ?

“มีคำว่ายืมติด ไม่ได้แปลว่าให้ ผมจำไม่ได้จริง ๆ ว่าตอนนั้นพูดว่าอะไร ถ้าผมพูดผิดก็จะผิด”

 

มีคำว่ายืม คือยืม ?

“มีคนมายืมเสื้อ ผมก็บอกเอาสิๆ ผมงานเสร็จ ก็รีบเอามาคืน แต่เคสนี้ไม่เคยเจอ”

 

ยังไงมีคำว่ายืมก็ต้องคืน ?

“ยืม ไม่ใช่ ให้ ยืม กับ ให้ ไม่เหมือนกัน”