เปิดสมบัติชิ้นสุดท้ายของ ปู่คออี้ พร้อมเผยชีวิตความเป็นมา

ปู่คออี้ หรือ อ.วุฒิ บุญเลิศ ปราชญ์กะเหรี่ยงสวนผึ้ง จ.ราชบุรี ชายชะราที่มีความเป็นมาและประวัติที่ไม่ธรรม ล่าสุดได้เสียชีวิตลงแล้ว และญาติได้เผยสิ่งที่ปู่คออี้ ทิ้งเอาไว้ให้ลูกหลาน

ปู่คออี้

ปู่คออี้ หรือ อ.วุฒิ บุญเลิศ ปราชญ์กะเหรี่ยงสวนผึ้ง จ.ราชบุรี ชายชะราที่มีความเป็นมาและประวัติที่ไม่ธรรม ล่าสุดได้เสียชีวิตลงแล้ว และญาติได้เผยสิ่งที่ปู่คออี้ ทิ้งเอาไว้ให้ลูกหลาน

สมบัติชิ้นสุดท้ายของ ปู่คออี้

สมบัติชิ้นสุดท้ายของ ปู่คออี้

หลังจากที่ปู่คออี้จากไปอย่างสงบ ล่าสุดมีผู้ใช้เฟสบุครายหนึ่ง โพสต์เรื่องราวถึงสมบัติของปู่คออี้ ชายชะราวัย 107 ปี ผู้นำทางจิตวิญญาณชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจาน และเทือกเขาตะนาวศรี ปู่คออี้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2561 ที่ผ่านมา หลังจากที่ญาติเปิดย่ามส่วนตัวของคุณปู่ออกมาดูว่าในย่ามนั้นมีอะไรบ้าง

ซึ่งทางด้าน อ.วุฒิ เขียนบรรยายว่า… “ทั้งชีวิตของคุณปู่มีเท่านี้ เมื่อผมเปิดดูย่ามของปู่เพื่อจะดูว่ามีอะไรบ้าง นอกจากเสื้ิอผ้าแล้ว ยังพบว่าในย่ามมีหมากแห้งชิ้นเล็กๆ 2 ชิ้น และมนย่ามยังมีเต้าหมาก ที่ตำหมาก ยาหม่อง ในถุงก๊อบแก็บพบว่ามีลูกมะกอกสุกกว่าสิบลูก หลอดยาใส่สมุนไพรคงจะเป็นยาดมของปู่ ไฟฉาย และแคนคู่กายที่ปู่เอาไว้เป่ายามที่ปู่ครึ้มอกครึ้มใจให้ลูกหลานฟัง โดยปู่ไม่เคยสะสม กินพออิ่ม นุ่งพออุ่นตามวิถีกะเหรี่ยง”

ประวัติปู่คออี้

ประวัติปู่คออี้

ปู่คออี้ เกิดเมื่อ พศ.2454 (ไม่ทราบวันเกิด) ที่บริเวณต้นน้ำลำภาชี บริเวณรอยต่อของ จ.เพชรบุรี และ จ.ราชบุรี บิดาชื่อนายมิมิ และมารดาชื่อนางพีนอคี โดยปู่คออี้เป็นผู้อาวุโสกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ และปู่คออี้อาศัยในผืนป่าแก่งกระจาน และนอกจากนี้ปู่คออี้ยังเป็นคนนำทางพานักท่องไพรจากกรุงเทพฯ ที่นิยมการเที่ยวป่า เมื่อครั้งยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าออกมาบังคับใช้

และต่อมา ปี พ.ศ.2554 อุทยานฯ ก็ได้เปิดยุทธการตะนาวศรี ซึ่งนั่นก็เป็นแรงผลักดันที่ทำให้ปู่คออี้ และชาวบ้านบางกลอยทั้งหมดลงมาข้างล่างอีกครั้ง โดยมีการรื้อเผาที่พัก และยุ้งฉางของชาวกะเหรี่ยงเป็นจำนวนมา พร้อมทั้งยังกล่าวหาว่าเป็นชนกลุ่มน้อยจากฝั่งพม่าที่พัวพันกับคดียาเสพติด อย่างไรก็ตามการอพยพในครั้งนี้ ทางการต้องสูญเสียมากมาย เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์ตกถึง 3 ลำ ในเวลาไล่เลี่ยกัน

ชาวกะเหรี่ยง

นอกจากนั้นปู่คออี้ กับพักพวก 6 คน รวมตัวกันฟ้องร้องกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อให้ทางการชดใช้ค่าเสียหาย จากกรณีเจ้าหน้าที่รื้อเผาทำลายสิ่งปลูกสร้าง และทรัพย์สินของชาวบ้าน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษา ให้ฝ่ายกรมอุทยานแห่งชาติฯ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องร้องคดีที่ 1,2,3 และ 6 เป็นจำนวนเงินถึง 51,407 บาท ต่อราย โดยผู้ฟ้องคดีที่ 4 เป็นจำนวนเงิน 45,302 บาท และผู้ฟ้องคดีที่ 5 เป็นจำนวนเงิน 50,807 บาท

ทั้งนี้ คุณปู่คออี้ และพวกไม่ได้รับสิทธิในการกลับไปยังถิ่นฐานเดิม เนื่องจากศาลเห็นว่าปู่คออี้ และพักพวกไม่มีหนังสือรับรองสิทธิในที่ดินจากรัฐ ด้วยเหตุนี้เองศาลจึงไม่อาจกำหนดบังคับให้กลับไปอยู่ที่เดิมได้ ซึ่งปู่คออี้ยังได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เป้าหมายในการฟ้องร้องฝนครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อเงิน แต่ปู่คออี้และพวกต้องการกลับไปอยู่ในถิ่นอาศัยเดิมที่เกิดมาคือบ้านใจแผ่นดิน

คุณปู่คออี้

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ความวุ้นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ทำให้ปู่คออี้ได้รับสัญชาติไทย และเดินทางไปทำบัตรประชาชน ที่ว่าการอำเภอแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมานี้เอง นอกจากนี้คุณปู่คออี้ยังได้รับรางวัลเกียรติยศ “ผู้อุทิศตนเพื่อสิทธิมนุษยชน” จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อปี 2560 อีกด้วย

เรียกได้ว่าการต่อสู่ของปู่คออี้เป็นสิ่งที่น่ายกย่อง เพราะการเรียกร้องของคุณปู่คออี้นั้นเป็นสิ่งที่หลายคนไม่กล้าคิด และกล้าทำ แม้ว่าตอนนี้คุณปู่คออี้จะจากเราไปแล้ว แต่เรื่องราวการต่อสู้ และความดีของคุณปู่ก็ยังคงอยู่ให้ลูกหลายได้ระลึกถึง