ศาลชั้นต้น สั่งจำคุกฟิล์ม รัฐภูมิ 1 ปี ปรับ 1 แสน “คดีเปิดบริษัทชำระเงินผิดกม.”

ข่าวเด่นวันนี้ เป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการบันเทิง เมื่อ ศาลสั่งจำคุกฟิล์ม รัฐภูมิ ดาราหนุ่มชื่อดัง ในคดีร่วมกับพวกประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ผู้ต้องหารับสารภาพ และไม่เคยต้องโทษมาก่อน ศาลจึงลดโทษเหลือรอลงอาญา 2 ปี โดยรายงานตัว 1 ปี และต้องบำเพ็ญประโยชน์ 24 ชั่วโมง

ฟิล์ม

ข่าวเด่นวันนี้ เป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการบันเทิง เมื่อ ศาลสั่งจำคุกฟิล์ม รัฐภูมิ ดาราหนุ่มชื่อดัง ในคดีร่วมกับพวกประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ผู้ต้องหารับสารภาพ และไม่เคยต้องโทษมาก่อน ศาลจึงลดโทษเหลือรอลงอาญา 2 ปี โดยรายงานตัว 1 ปี และต้องบำเพ็ญประโยชน์ 24 ชั่วโมง

 ศาลสั่งจำคุกฟิล์ม รัฐภูมิ  1 ปี ปรับ 1 แสนบาท

 ศาลสั่งจำคุกฟิล์ม รัฐภูมิ

วันนี้ ( 6 ธ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือดาราหนุ่ม “ฟิล์ม” พระเอก และนักแสดงชื่อดัง, นายศราวุฒิ นนทะภา, นายธเนศ จัตวาพรพานิช อายุ 43 ปี และ นายภูมิพัฒน์ ประเสริฐวิทย์ จำเลยในคดีร่วมประกอบธุรกิจ บัตรชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ได้เดินทางมาเพือฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.3090/61ที่พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท เพย์ออล กรุ๊ป จำกัด

 

โดย ทางด้านของ นายศราวุฒิ นนทะภา กรรมการผู้มีอำนาจ นายรัฐภูมิ ,นายธเนศ  และนายภูมิพัฒน์ ในฐานะกรรมการบริษัท ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันประกอบธุรกิจ บัตรชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต” ที่ห้องพิจารณา 914

และสำหรับคดีนี้จำเลยทั้งหมดได้ให้การรับสารภาพ ศาลจึงมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะ ประวัติครอบครอบครัว รวมไปถึงการทำงานการศึกษา ของพวกจำเลย และอื่น ๆ เพื่อจะได้นำมาพิจารณาประกอบคำพิพากษา และอนุญาตให้พวกจำเลยมีประกันตัวไปคนละ 2 แสนบาท ในขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

 

ซึ่งคดีนี้ อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า “เมื่อระหว่างเดือนตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ต่อเนื่องกันจำเลยทั้ง 4 คน บังอาจร่วมกันประกอบกิจการให้บริการแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือภายใต้ชื่อ “เพย์ออล” (Payall) และสมัครสมาชิกเพื่อสร้างบัญชีของผู้ใช้บริการ”

 

ซึ่งระบบจะตั้งบริษัทสมาชิก โดยมีรหัสผ่านในการใช้งาน และเติมเงินผ่านเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยตามช่องทาง โดยระบบจะบันทึกจำนวนเงินที่เติมตามมูลค่าของผู้ใช้บริการแต่ละราย รวมไปถึงการนำเงินที่ชำระไว้ล่วงหน้าไว้ชำระค่าสินค้า และค่าบริการต่างๆ แทนเงินสด

นอกจากนี้ การกระทำของพวกจำเลยมีลักษณะร่วมกันประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นการโอนสิทธิการถือครองเงิน และการโอนสิทธิการถอนเงิน หรือว่าการหักเงินผ่านบัญชี หรือแอพพลิเคชั่นของผู้ใช้บริการโดยไม่จำกัด และไม่อยู่ภายใต้ระบบการจัดจำหน่าย ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุม ดูแลธุรกิจการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551

 

และบัญชีท้ายตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุม ดูแลธุรกิจการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยจำเลยทั้งหมดได้ให้การรับสารภาพไม่ต่อสู้คดี และวันนี้เดินทางมาฟังคำพิพากษาตามนัดหมาย

ศาลพิเคราะห์แล้วว่าจำเลยทั้งหมดมีความจริงที่ประกอบกิจการบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้พิพากษาให้จำเลยที่ 1 เสียค่าปรับเป็นเงิน 2 แสน ส่วนจำเลยที่ 2 ถึง 4 ให้จำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสนบาท

แต่ทว่าจำเลยทั้งหมดรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 6 เดือน ปรับ 5 หมื่นบาท แต่ทว่าจำเลยไม่เคยกระทำความผิด และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญา 2 ปี และต้องมารายงานตัว 1 ปี และบำเพ็ญประโยชน์ 24 ชั่วโมง