จบยาก!! หมอเผย สาเหตุที่ลูกตายคาท้อง เพราะเป็นเหตุสุดวิสัย !

ข่าววันนี้ล่าสุด เป็นข่าวดราม่าโด่งดัง เมื่อคุณแม่รายหนึ่ง ออกมาเดินหน้าแฉพยาบาลนอนเล่นมือถือ ไม่สนคนไข้ร้องครวญครางเพราะเจ็บท้องคลอด แต่เด็กหัวใจเต้นผิดปกติ

ลูกตายคาท้อง

ข่าววันนี้ล่าสุด เป็นข่าวดราม่าโด่งดัง เมื่อคุณแม่รายหนึ่ง ออกมาเดินหน้าแฉพยาบาลนอนเล่นมือถือ ไม่สนคนไข้ร้องครวญครางเพราะเจ็บท้องคลอด แต่เด็กหัวใจเต้นผิดปกติ แต่ทว่าไม่แจ้งแพทย์ จนกระทั่งคลอดลูกตาย แพทย์แจง ว่า สาเหตุลูกตายคาท้อง  เนื่องจากการที่สายสะดือพันคอ ซึ่งนั่นเป็นเหตุสุดวิสัย ด้านครอบครัวเด็กที่เสียชีวิต เดินหน้าร้องศูนย์ดำรงธรรม

แพทย์เผย สาเหตุลูกตายคาท้อง

แพทย์เผย สาเหตุที่ลูกตายคาท้อง

ข่าวนี้สืบเนื่องจากกรณีที่ 2 สามีภรรยา ต้องเสียลูกชายไปตั้งแต่ในครรภ์ เนื่องจากว่าภรรยาเจ็บท้องรอคลอด แล้วยังเห็นลูกดิ้นผิดปกติก็แจ้งพยาบาล แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ทำคลอดให้ จนกระทั่งลูกค่อย ๆ ดิ้นเบาลงเรื่อย ๆ และขณะนั้นภรรยาจึงขอให้พยาบาลส่งตัวไปอีกโรงพยาบาล แต่พยาบาลกลับบอกว่า ใบส่งตัวนั้นไม่ได้กันมาง่าย ๆ ดึกแล้วทนไปก่อน

และต่อมาจึงตรวจครรภ์พบว่าเด็กไม่หายใจ นอกจากนี้แพทย์ระบุว่าเด็กถูกรกพันคอ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี รายงานสัมภาษณ์คุณปริชาติ บัวทอง ซึ่งเป็นแม่ของเด็กที่เสียชีวิต ซึ่งได้เล่าเหตุการณ์ว่า ตนเองต้องท้องลูกคนนี้เป็นคนที่ 3 กำหนดคลอดในวันที่ 29 พฤศจิกายน แต่ทว่าตนเองเจ็บท้องก่อน ตนจึงไปโรงพยาบาลปากท่อ วันที่ 28 พฤศจิกายน ช่วงเวลา 9 โมง ในขณะนั้นตนเจ็บท้องเป็นพัก ๆ แต่แพทย์บอกว่าให้รอปากมดลูกเปิดก่อน และตนก็รอถึงประมาณ 4 ทุ่ม รู้สึกว่าน้ำคร่ำเดิน แต่พอแจ้งพยาบาลก็บอกว่าให้รอต่อไปอีก

ภรรยาเจ็บท้องรอคลอด

จนกระทั่งช่วงตี 4 ตนเองรู้สึกผิดปกติ เพราะเด็กดิ้นมาก น้ำคร่ำเดิน ท้องยุบลงไป ตนเองจึงเรียกพยาบาลขอร้องให้ส่งตัวไปโรงพยาบาลราชบุรี และในขณะนั้นมีพยาบาลอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่พยาบาลก็ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควร คุยโทรศัพท์อยู่ที่โต๊ะ พร้อมกับบอกให้ตนรอ ส่วนอาการเจ็บให้ทนไปก่อน

แต่ตนเองมีการเช็กความถี่ของอาการเจ็บเป็นระยะ ต่อมาในช่วงตี 5 ครึ่ง พยาบาลมาตรวจ พบว่าหัวใจเด็กเต้นแผ่วกว่าปกติ ประมาณ 50 มิลลิเมตรปรอท จนกระทั่งเด็กไม่หายใจ แพทย์เพิ่งมาโรงพยาบาลช่วง 6 โมงเช้า หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็พาตนเข้าห้องคลอดเพื่อนำเด็กออกมา ในเวลาเกือบเที่ยงในวันเดียวกัน

และเมื่อแพทย์นำร่างลูกชายออกมา ตนเองร้องไห้กอดร่างลูกชายพบว่าตัวอุ่น และลูกชายมีสภาพแข็งแรงดี แพทย์กลับแจ้งว่าสาเหตุการเสียชีวิตว่าสายสะดือพันคอ ตนก็ยังต่อว่าพยาบาล ถ้าหากส่งตัวไปที่โรงพยาบาลราชบุรี ตั้งแต่ตี 4 เด็ก ก็คงไม่เสียชีวิต แต่ทว่าพยาบาลตอบกลับว่า ถึงส่งไปตั้งแต่ตอนนั้น เด็กก็เสียชีวิตอยู่ดี

นอกจากนี้ ทางด้านคุณประมวล บัวทอง ยายของเด็กที่เสียชีวิต ได้เปิดเผยว่า หลังจากที่ทราบว่าหลานเสียชีวิต ตนเองก็ช็อก ล้มทั้งยืน ดีที่มีลูกเขยช่วยประคองไว้ และสภาพศพของหลานดูแข็งแรง และมีน้ำหนักถึง 2,700 กรัม เพียงแค่ไม่ลืมตา

เด็กเสียชีวิตในท้อง

หลังจากนั้นทางโรงพยาบาลก็ได้เรียกญาติ ๆ ไปชี้แจงบอกว่าเป็นเหตุสุดวิสัย เพราะกับบอกว่าสายสะดือพันคอ พร้อมอธิบายว่าคล้ายกับคนผูกคอ ตนเองจึงตอบกลับว่า ทำไมเจ้าหน้าที่นั่งดูหลานถูกผูกคอ โดยที่ไม่ทำอะไรเลย ทำไมไม่รีบแก้ปัญหาตั้งแต่รู้ว่าเด็กชีพจรผิดปกติ

ทั้งนี้ ตนเองยังต้องการให้โรงพยาบาลปรับปรุงการทำงาน ขนาดชาวบ้านธรรมดาก็ยังประเมินได้ว่าลูกสาวตนอายุมากแล้ว ก็อาจจะคลอดยาก แต่ทำไมแพทย์ถึงไม่รู้ เพราะว่าเจ้าหน้าที่บอกว่า กรณีนี้เป็นเคสที่ยาก ตนจึงสงสัยว่า หากยากแล้วทำไมไม่ส่งผู้ป่วยไปที่อื่น ถ้าหากมีผู้ป่วยเคสยาก 10 คน จะไม่เสียลูกทั้ง 10 คน เลยเหรอ ?

ในขณะที่ นพ.สิทธา ลิขิตนุกูล หรือว่า หมอกอล์ฟ แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม ได้ออกมากล่าวถึงกรณีนี้ว่า ทางโรงพยาบาลอาจจะมองว่าผู้ป่วยคลอดลูกเป็นท้องที่สามแล้ว อาจจะคลอดง่าย จึงตัดสินใจให้ผู้ป่วยคลอดเอง และก็ต้องรอให้ปากมดลูกเปิดเต็มที่ก่อน ส่วนเรื่องอาการเจ็บท้องแต่เจ้าหน้าที่ให้รอนั้น อาจจะเป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่คิดว่าเป็นอาการเจ็บท้องหลอก

ส่วนสาเหตุที่แพทย์ออกมาชี้แจงว่า สายสะดือพันคอเป็นเหตุสุดวิสัยนั้น แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับพยาบาลผู้ประเมินอาการ และถ้าหากเห็นว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงหรือฉุกเฉินมาก ก็ควรเรียกแพทย์มาดูอาการ

สายสะดือพันคอ

โดยเคสนี้พบว่าเด็กมีอัตราการเต้นของหัวใจเพียงแค่ 50 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าเป็นสัญญาณไม่ดี เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องทำคลอดแล้ว ซึ่งไม่ทราบว่าเหตุใดพยาบาลจึงไม่แจ้งแพทย์

ทั้งนี้ทางด้านของ นพ.ประเสริฐ ฉัตรวิชชานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปากท่อ ได้ระบุว่า โดยปกติแล้วหากมีกรณีคลอดผิดปกติ แพทย์ของโรงพยาบาลปากท่อจะปรึกษาสูติแพทย์ของโรงพยาบาลราชบุรีก่อน ทุกราย แต่ทว่าสำหรับคนไข้รายนี้ อัตราเต้นของหัวใจเด็กแปรปรวน โดยที่ไม่ทราบสาเหตุ ส่วนภาวะสายสะดือพันคอนั้น ถือว่าเคสนี้เป็นเหตุสุดวิสัย

ส่วนเรื่องที่ไม่ส่งตัวผู้ป่วย ก็เพราะเห็นว่าผู้ป่วยรายนี้มีการคลอดปกติ ประกอบกับการส่งตัวจะต้องทำตามขั้นตอน และพิจารณาว่าอาการของผู้ป่วยเข้าเกณฑ์หรือไม่

สาเหตุลูกตายคาท้อง

ทั้งนี้ในเรื่องของเจ้าหน้าที่ก็ไปร่วมงานศพด้วย แต่วันสุดท้ายไม่ได้ไปเพราะติดงาน ทั้งนี้ โรงพยาบาลจะดูแลช่วยเหลือต่าง ๆ เท่าที่จะสามารถช่วยได้ จะพยายามดูแลอย่างดีที่สุด

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทางด้านของ คุณปริชาติ กล่าวว่า ในขณะนี้เผาศพน้องโฮมไปแล้ว เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา แต่ตนเอง และญาติ ๆ จะเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม จ.ราชบุรี เนื่องจากว่าโรงพยาบาลควรดูแลคนไข้ให้ดีกว่านี้ ส่วนพยาบาลก็ควรจะดูแลผู้ป่วย เมื่อคนไข้เรียกหา ก็สมควรที่จะลุกขึ้นมาดูคนไข้ ไม่ใช่เล่นโทรศัพท์มือถือ